Custom Search

Tuesday, January 13, 2009

LightWedge LED Book light - อ่านได้ยามค่ำคืน

LightWedge LED Book light เป็นอุปกรณ์ให้แสงสว่างกับหน้าหนังสือที่คุณอ่านในยามค่ำคืนที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้วิธีทำเป็นหลอดไฟพร้อมกระดูกงูสามารถดัดให้โค้งงอได้ โดยบุ๊กไลท์ตัวนี้ประกอบด้วยเลนส์อะคริลิคใสขนาดเท่าหน้าหนังสือพร้อม LED 2 หลอดที่ส่องแสงสว่างมาจากด้านข้างทำให้หน้าหนังสือที่เห็นชัดเจนและสว่างไปทั่วทั้งหน้า ทำงานด้วยแบตเตอรี่ AAA 4 ก้อนและใช้ได้นานต่อเนื่อง 40 ชั่วโมง โดยมีสองขนาดให้เลือกคือ เท่ากับหนังสือเล่มและนิตยสาร สนนราคาอยู่ระหว่าง 29.95 - 39.95 เหรียญฯ(ประมาณ 1,000-1,300บาท)



แนะนำโดย wowgadget.tv



Monday, January 12, 2009

คอปเตอร์สายลับ!!!

เฮลิคอปเตอร์วิทยุบังคับที่นำมาฝากกันนี้เป็นของบริษัท DigitTronics สามารถควบคุมได้ 4 แชนเนล(หน้า,หลัง,ซ้าย,ขวา)ออกแบบได้เหมือนโมเดลจำลองเฮลิคอปเตอร์มากๆ เวลาบินดูน่าเล่นสุดๆ แต่ความจริงมันไม่ได้เป็นของเล่นหรอกนะครับ คอปเตอร์ลำนี้สามารถบินได้สูงสุด 2,000 ฟุต (600 เมตร)และควบคุมได้ในระยะไกลสุด 1 ไมล์(ประมาณ 1.6 กิโลเมตร)นอกจากนี้ มันยังสามารถสตรีมมิ่งวิดีโอสัญญาณภาพกลับมายังโน้ตบุ๊กได้อีกด้วย บินได้นาน 20 นาทีต่อการชาร์จแต่ละครั้ง คุณสมบัติการทำงานของมันยังไม่หมดนะครับ เพราะมันมีระบบจับภาพในที่มึดด้วยอินฟราเรดอีกด้วย โห...อะไรจะขนาดนั้น ที่ผมงงมากๆ ก็คือ สนนราคาของมันเฉพาะในงาน CES แค่ 299 เหรียญฯ หรือประมาณ 10,000 บาทเท่านั้น

แหล่งข้อมูล: dvice

แนะนำโดย wowgadget.tv


ดอกไม้อัจฉริยะ

EasyBloom ดอกไม้ไฮเทคฯที่เห็นนี้ แม้จะดูน่ารักแต่ความจริงมันเป็นเทคโนโลยีที่ฉลาดมากทีเดียว สำหรับใครที่ชอบจัดสวนดอกไม้ และตัดสินใจไม่ถูกว่า จะปลูกอะไรดี EasyBloom ช่วยได้ครับ เพียงแค่ นำมันไปปักลงบนพื้นดินที่ต้องการจัดสวน ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง เจ้าดอกไม้อัจฉริยะจะบันทึกข้อมูลภายใต้เงื่อนไขสภาวะแวดล้อมในบริเวณนั้นไว้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด คุณภาพของดิน ความชื้น ตลอดจนอุณหภูมิ นำ EasyBloom ต่อเชื่อมเข้ากับพอร์ตยูเอสบีของโน้ตบุ๊ก เพื่ออัพโหลดข้อมูลที่ได้เข้าไปยังเว็บไซต์ให้ทำการวิเคราะห์ และแจ้งให้ทราบได้ว่า ภายใต้เงื่อนไขสภาพแวดล้อมดังกล่าว มีต้นไม้อะไรที่น่าจะปลูกแล้วงอกงามได้บ้าง

แต่เดี๋ยวก่อน...
แต่เดี๋ยวก่อน ยังไม่จบแค่นี้นะครับ เพราะหลังจากที่คุณปลูกต้นไม้ได้ตามที่ต้องการแล้ว EasyBloom ยังช่วยตรวจสอบให้ทราบได้อีกด้วยว่า คุณรดน้ำมาก หรือน้อยเกินไป ตลอดจนช่วยแนะนำสิ่งที่คุณต้องทำ เพื่อแก้ปัญหาในกรณีที่ต้นไม้ของคุณไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควร สนนราคาของมันอยู่ที่ 59.95 เหรียญฯ หรือประมาณ 2,000 บาทครับ เอ้า...ใครที่อยากจัดสวนดอกไม้ให้สวยงาม ลองซื้อหามาใช้กันดูนะครับ


แหล่งข้อมูล: ohgizmo

แนะนำโดย wowgadget.tv



ไมโครซอฟท์เผย Tag: บาร์โค้ดสีสองมิติ

การใช้กล้องถ่ายรูปของโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อถ่ายบาร์โค้ดสองมิตินั้นไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับประเทศเช่นญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ แต่สำหรับประเทศอื่นๆ แล้วยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าใดนัก

วันนี้ไมโครซอฟท์เผยบริการ Tag ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับอ่านบาร์โค้ดสามเหลี่ยมสี ที่เรียกว่า High Capacity Color Barcodes (HCCBs) ซึ่งได้รับการพัฒนาโดยทีมวิจัยของไมโครซอฟท์ได้สักระยะหนึ่งแล้ว สิ่งที่บาร์โค้ดชนิดนี้แตกต่างจากบาร์โค้ดสองมิติทั่วๆ ไปก็คือมันเป็นสามเหลี่ยมที่มีสีแตกต่างกัน ซึ่งทำให้เก็บข้อมูลได้มากกว่าสี่เหลี่ยมที่มีสองสี (ขาว, ดำ) ของบาร์โค้ดอื่นๆ

นอกจากนี้แล้ว...
นอกจากนี้แล้วอีกอย่างที่แตกต่างจากบาร์โค้ดสองมิติอื่นๆ คือการที่บาร์โค้ดของไมโครซอฟท์บรรจุเพียงหมายเลขอ้างอิง ซึ่งโทรศัพท์จะต้องเชื่อมต่อเข้าไปที่เว็บไซต์ของไมโครซอฟท์เพื่อหาข้อมูลก่อนแปลความหมายอีกที ในขณะที่บาร์โค้ดทั่วไปมักจะมีข้อมูลอยู่ข้างในเลย

โปรแกรมดังกล่าวสามารถดาวน์โหลดได้โดยการเข้าไปที่ http://gettag.mobi/ จากโทรศัพท์เคลื่อนที่ และดาวน์โหลดโปรแกรม โดยแพลตฟอร์มที่สนับสนุนคือ J2ME, Windows Mobile, Symbian S60, Blackberry และที่สำคัญคือ iPhone (ผมใช้ Sony Ericsson K550i สามารถใช้งานได้ครับ) และสามารถสร้าง Tag ส่วนตัวบนเว็บไซต์ของไมโครซอฟท์ครับ (แต่ตอนนี้ Error สร้างไม่ได้ไม่รู้ว่าทำไม)

ที่มา: ISartedsomething via TechCrunch, Microsoft Tag



ข้อมูลจาก Blognone

Apple จดสิทธิบัตรซ่อนกล้องอยู่หลังจอภาพ

ใน MacBook และ iMac รุ่นใหม่ๆ นั้นได้ออกแบบให้กล้อง iSight ดูหลบๆ เนียนไปกับสีขอบของจอ ซึ่งก็ดูสวยงามอยู่แล้วเมื่อเทียบกับดีไซน์ของอีกหลายๆยี่ห้อ แต่ดูเหมือนนั่นยังสวยไม่พอสำหรับ Apple สิทธิบัตรล่าสุดของ Apple ที่ได้รับการเปิดเผย เป็นการยื่นจดสิทธิบัตรเทคนิคการนำเอากล้องไปหลบอยู่หลังจอภาพ โดยจะไปอยู่ในตำแหน่งกลางจอ ซึ่งไม่เพียงแต่จะนำไปใช้ได้ใน MacBook , MacBook Pro และ iMac เท่านั้น แม้แต่ iPhone และ iPod touch ก็สามารถใช้ประโยชน์จากสิทธิบัตรดังกล่าวนี้ได้ ถ้ายังไม่เห็นภาพมาดูภาพกันดีกว่าครับ ดูภาพแล้วจะเห็นภาพแน่นอน เอ๊ะ ยังไง 555


จากภาพ...

จากภาพจะแสดงให้เห็นว่ากล้องนั้นซ่อนอยู่ตรงกลางจอภาพ ข้างขวาจะแสดงให้ภาพตัดขวาง ว่ากล้องเรียงลำดับจากจอภาพอย่างไร สิทธิบัตรนี้ยื่นเมื่อกรกฎาคม 2007 ก่อนหน้านี้ในปี 2004 Apple ได้ยื่นสิทธิบัตรอีกอันเป็นเทคนิคการการจัดวางกล้องไว้ในจอภาพเช่นกัน แต่ในสิทธิบัตรดังกล่าว จะใช้กล้องเล็กๆจำนวนมาก แทรกอยู่ระหว่างจุดการแสดงผลบนจอภาพ ซึ่งดูคร่าวๆแล้วสำหรับต้นทุนการผลิต สิทธิบัตรใหม่ที่ยื่นนี้้น่าจะต่ำและใกล้เคียงความคุ้มทุนที่จะผลิตออกมาเป็น Consumer Product ใช้งานได้มากกว่า




ในรายละเอียดนั้นคงจะต้องมีการพัฒนาให้สามารถใช้งานได้สะดวก โดยไม่กระทบกับการแสดงผล เพราะดูเหมือนว่ากล้องจะจับภาพได้เมื่อจอแสดงผลอยู่ในสถานะ inactive สำหรับจำนวนกล้องนั้นอาจจะใช้กล้องหลายตัวเข้าร่วมกันเพื่อจับภาพรวมเป็นภาพเดียว


ในสิทธิบัตรดังกล่าวระบุว่าตำแหน่งของกล้องในปัจจุบันนั้น เวลาเราคุย Conference กัน สายตาเราจะไม่ตรงกับเลนส์ของกล้อง ทำให้การพูดคุยกันดูแปลกๆ



ปัจจุบันกล้องของ iPhone , iPod touch นั้นมีอยู่ข้างหลังเครื่องเพียงอย่างเดียว ด้วยการออกแบบดังกล่าวจึงสามารถทำงานได้เพียงแค่เป็นกล้องถ่ายภาพเท่านั้น ไม่ใช่การออกแบบมาสำหรับการทำ VDO Call หากสามารถนำเทคนิคตามสิทธิบัตรดังกล่าวมาใช้งานได้ ย่อมตอบโจทย์ในการทำ VDO Call เป็นอย่างดี



นอกจากสิทธิบัตรดังกล่าวแล้ว ยังมีสิทธิบัตรอีกสี่อย่างที่ได้เผยแพร่ออกมา ได้แก่ สิทธิบัตรในการทำ Housing ของจอภาพเครื่อง Laptop ที่มี Logo Apple อยู่ด้านหลังนั่นแหละครับ , สิทธิบัตร Stiffening plate ทำให้ Laptop น้ำหนักเบาขึ้น , สิทธิบัตร LED-lit display และ สิทธิบัตร Single Chip design สำหรับจอ Touch screen ที่ใช้ตัวชิปเซ็นเซอร์เพียงตัวเดียว จากที่ปัจจุบันใช้มากถึง 3 ตัว



แหล่งข่าว Apple191

อินเทลพูดถึงความเร็วของ USB 3.0

จากงาน CES 2009 อินเทลได้เริ่มพูดถึงสถานะของ SuperSpeed USB หรือ USB 3.0 และพูดถึงความเร็วของมันว่ามันเร็วขนาดไหน

สำหรับตัว SuperSpeed USB นั้นจะมีความเร็วที่เพิ่มขึ้นอีกมากถึง 10 เท่าจาก USB 2.0 หากเทียบความเร็วในการย้ายไฟล์หนัง HD ขนาด 25GB จะใช้เวลาเพียงแค่ 70 วินาทีจากปัจจุบันบน USB 2.0 ที่ใช้เวลาประมาณ 14 นาที

ย้ายไฟลหนัง HD ขนาด 25GB:



  • USB 1.0: 9.3 ชั่วโมง


  • USB 2.0: 13.9 นาที


  • USB 3.0: 70 วินาที


ที่มา - Cnet

แหล่งข่าว Blognone


AMD ปล่อยซีพียูใหม่ แต่ยังตามหลัง Core i7 อยู่

AMD ได้ปล่อยซีพียู 45nm Phenom II ออกมาแล้ว แต่หลังจากที่ The Tech Report ได้นำมาทดสอบด้วย Benchmark ต่าง ๆ แล้วพบว่าความสามารถทั้งหลายนั้นใกล้เคียงกับชิปของอินเทลมาก

หากเทียบ 2.8GHz และ 3GHz Phenom II ก็พอจะเทียบกับ Core 2 Quad จากอินเทลรุ่นที่ราคาเท่า ๆ กันได้เลย แต่ทั้งหมดก็ยังตามหลังอินเทล Core i7 อยู่ดี

ที่มา - Slashdot

ข้อมูลจาก Blognone